coverImg-น้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนตอนไหนดี? เครื่องถึงไม่พัง กำลังยังดี

น้ำมันเครื่องสำคัญอย่างไร และควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหนดีที่สุด เป็นคำถามที่เจ้าของรถต้องรู้คำตอบ จะได้ไม่เสี่ยงรถพัง!

น้ำมันเครื่องสำคัญอย่างไร เราควรถ่ายน้ำมันเครื่องตอนไหนดี?

เจ้าของรถทุกคนทราบดีว่า เราจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นระยะอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานเป็นปกติ ไม่พัง ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ดังนั้น เราควรจะมีวินัยในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องไม่ให้เกินเวลาที่กำหนดมากนัก เพื่อเป็นการรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา 

 

น้ำมันเครื่องคืออะไร สำคัญอย่างไรต่อรถยนต์?

น้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ เป็นสารหล่อลื่นที่ช่วยลดแรงเสียดทานและบำรุงรักษารถ โดยน้ำมันเครื่องจะทำหน้าที่เป็นฟิล์มในการเคลือบเครื่องยนต์ส่วนที่เป็นโลหะต่าง ๆ ไม่ให้เสียดสีกันจนเกิดความร้อน หรือทำงานผิดปกติ ซึ่งน้ำมันเครื่องในปัจจุบันมีหลากหลายประเภทให้เลือกตามความเหมาะสมของเครื่องยนต์ หลัก ๆ จะแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ประเภท คือ น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์ และธรรมดา

 

หน้าที่ของน้ำมันเครื่อง

  • ลดแรงเสียดทานระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ ในเครื่องยนต์ ซึ่งจะมีคุณสมบัติคล้ายฟิล์มเคลือบเอาไว้ ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่ได้เสียดสีกันโดยตรง ช่วยป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
  • ระบายความร้อน เครื่องยนต์แต่ละแบบต้องการน้ำมันเครื่องที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราควรจะเลือกน้ำมันเครื่องที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุเอาไว้ในคู่มือรถ 
  • ป้องกันการเกิดสนิม ความชื้นและออกซิเจนทำให้เกิดสนิมได้ แต่ในน้ำมันเครื่องจะมีสารป้องกันสนิม หรือ Rust Inhibitor เพื่อไม่ให้โลหะสัมผัสกับความชื้น ทำให้เกิดสนิม 
  • ป้องกันการรั่วในกระบอกสูบ เมื่อมีน้ำมันเครื่องเป็นฟิล์มเคลือบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ จะช่วยป้องกันไม่ให้กำลังอัดรั่วออกมาจากกระบอกสูบหรือห้องเผาไหม้  
  • ล้างเขม่าจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ หน้าที่สำคัญอีกอย่างของน้ำมันเครื่องคือ ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์จากการเผาไหม้ ซึ่งมีทั้งเศษผงเขม่าและคราบโลหะต่าง ๆ ซึ่งหากทิ้งเอาไว้จะเกิดการอุดตันและทำให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติได้ 

 

น้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนตอนไหนถึงจะดีที่สุด?

เกณฑ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง มักจะขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขับขี่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรามีเกณฑ์อยู่ 2 อย่าง ขึ้นอยู่กับว่าถึงข้อไหนก่อนกัน 

  • เปลี่ยนตามระยะของน้ำมันเครื่อง โดยมากจะขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันเครื่องที่ใช้ กล่าวคือ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 กิโลเมตร น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์จะอยู่ที่ประมาณ 5,000 กิโลเมตร และน้ำมันเครื่องธรรมดาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 กิโลเมตร 
  • เปลี่ยนทุก 6 เดือน สำหรับคนที่ขับรถน้อย หรือมีรถหลายคัน กว่าจะครบ 5,000 กิโลเมตร หรือ 10,000 กิโลเมตร อาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือน ซึ่งทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ และส่งผลต่อเครื่องยนต์ได้ ดังนั้น แม้ว่าเราจะขับไม่ถึงระยะทางที่กำหนด แต่หากว่าครบ 6 เดือน ก็ควรไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เพื่อความปลอดภัย 

 

นอกจากนี้ หากว่าเราขับรถในพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัดบ่อย ๆ น้ำมันเครื่องอาจจะเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด ทำให้เราอาจต้องไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนระยะเวลาสักเล็กน้อย ก็จะดีกว่า 
 

 อันตรายของการไม่ยอมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนด

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ และละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดผลร้ายแรงตามมา ดังนี้

  • รถอืด เร่งไม่ขึ้น หรือเครื่องยนต์เสียงดังผิดปกติ มีผลต่อการเร่งเครื่องหรือแซงในเวลาคับขัน
  • เปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ เนื่องจากเครื่องยนต์ทำงานหนักมากกว่าเดิม 
  • ชิ้นส่วนเครื่องยนต์เสี่ยงต่อการสึกหรอและพังได้ง่าย เพราะไม่มีฟิล์มคอยเคลือบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ทำให้ต้องซ่อมแซมหนักกว่าเดิม 
  • เครื่องยนต์สกปรก เพราะไม่มีน้ำมันเครื่องคอยทำความสะอาด 
  • ปล่อยมลพิษมากขึ้น ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม 

 

รู้จักน้ำมันเครื่อง ประโยชน์ของน้ำมันเครื่อง และระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกันแล้ว แต่หากต้องการซื้อน้ำมันเครื่องคุณภาพดี ทั้งน้ำมันเครื่องดีเซลและน้ำมันเครื่องเบนซิน แบบสังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์ และธรรมดา สามารถหาซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ BIG Thailand สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-821-6868
 

img

สินค้าทั้งหมด

img

ส่วนลด

img

ติดตามสถานะ

img