ยางเรเดียล VS ยางผ้าใบ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับรถ

ยางเรเดียล VS ยางผ้าใบ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับรถ

“ยางรถยนต์” เป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของรถยนต์ เพราะเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง จึงส่งผลต่อเรื่องสมรรถนะการขับขี่ รวมถึงความปลอดภัย เราจึงต้องเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับทั้งรถยนต์ การขับขี่ และสภาพของท้องถนนที่เราใช้อยู่เป็นประจำ  
 

สำหรับรถยนต์ที่ใช้งานบนท้องถนนในปัจจุบัน นิยมใช้ยางอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ ยางเรเดียลและยางผ้าใบ วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับยางทั้งสองชนิดนี้กัน เพื่อจะได้รู้ว่ารถยนต์ของเราเหมาะสมกับยางรถยนต์ประเภทไหนมากที่สุด   

ยางเรเดียลคืออะไร

ยางเรเดียล คือ ยางรถยนต์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ยางรถยนต์ โดยจะมีชั้นผ้าใบพันรอบยางในทิศทางทำมุม 90 องศากับเส้นรอบวงเป็นรัศมี (Radial) ทำให้เกิดมุมตัดกันเป็นตาราง ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเสริมแถบใยเหล็กเพื่อเพิ่มความแข็งแรงใต้ชั้นดอกยางอีกด้วย 

จุดเด่นของยางชนิดนี้ คือ สามารถยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้ง จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า คือ ประมาณ 40,000-100,000 กิโลเมตรสามารถหล่อดอกได้ จำนวนในการหล่อดอกขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของยางแต่ละยี่ห้อ

ส่วนจุดด้อย คือ ราคาสูงกว่ายางธรรมดา แต่อาจจะไม่นุ่มนวลเท่ากับยางธรรมดา เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ 

เหมาะกับรถแบบไหน

ยางเรเดียลจะเหมาะกับคนที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง และพื้นที่ที่เป็นถนนขรุขระ จึงเหมาะกับรถบรรทุก และรถเพื่อการเกษตรขนาดใหญ่ เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และสามารถหล่อดอกยางที่สึกขึ้นมาใหม่ จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร 

ยางผ้าใบคืออะไร

ยางผ้าใบหรือยางรถยนต์ธรรมดา เป็นยางที่มีผ้าใบวางซ้อนไขว้ไปมาทำมุมประมาณ 35 องศากับเส้นรอบวงของยาง ซึ่งจะมีความแข็งแรงตามจำนวนผ้าใบที่ไขว้ไปมา 

จุดเด่นของยางผ้าใบ คือ ราคาถูก ขับสบายมากกว่าเมื่อใช้ความเร็วต่ำ มีความนุ่มนวล ส่วนจุดด้อย คือ อายุการใช้งานน้อยกว่า อยู่ที่ประมาณ 30,000-40,000 กิโลเมตร และเมื่อถูกของมีคมตำ อาจจะทำให้ยางแตกหรือระเบิดได้ง่ายกว่ายางเรเดียล 

เหมาะกับรถแบบไหน

ยางผ้าใบจะเหมาะกับรถที่ใช้ในเมืองทั่วไป ถนนเรียบ ไม่ขรุขระ ไม่ใช้ความเร็วในการขับขี่สูง และน้ำหนักในการบรรทุกไม่เยอะ
 

วิธีเลือกยางเรเดียลและยางผ้าใบให้คุ้มค่า


เคล็ดลับการเลือกยางรถยนต์ให้คุ้มค่า

นอกจากการเลือกชนิดของยางแล้ว การเลือกยางรถยนต์จะต้องเลือกให้มีความคุ้มค่า โดยมีเกณฑ์การพิจารณาดังต่อไปนี้ 

เลือกที่เหมาะกับการขับขี่ และการใช้งาน

พิจารณาที่การขับขี่ของเราก่อนว่าเราเน้นการขับขี่ในเมือง ที่ต้องการประหยัดน้ำมัน หรือเป็นคนที่ขับรถเร็ว ที่เน้นสมรรถนะในการขับขี่ นอกจากนี้สภาพถนนที่ใช้งานเป็นประจำก็เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจด้วยเช่นกัน 

สำหรับผู้ที่ขับขี่ในเมืองที่ใช้ความเร็วต่ำในการขับขี่ ขอแนะนำให้เลือกใช้ยางแบบประหยัดน้ำมันเป็นหลัก เพราะนอกจากช่วยประหยัดพลังงานในการขับเคลื่อนแล้ว ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าอีกด้วย 

ส่วนคนที่เน้นขับขี่ระหว่างเมืองในระยะไกลที่เน้นสมรรถนะในการขับขี่ หรือผู้ที่ขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วสูง ควรเลือกยางที่มีสมรรถนะในการขับขี่สูง ยึดเกาะถนนได้ดี สามารถใช้ความเร็วในการขับขี่ได้อย่างปลอดภัย 

ดูเบอร์ยางรถยนต์

บริเวณแก้มยางจะมีตัวเลขและตัวอักษรกำกับอยู่ ตัวอย่างเช่น 295/80R22.5 

  • ตัวเลข 295 คือ หน้ากว้างของยาง ซึ่งมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ในที่นี้คือ หน้ายางมีความกว้าง 295 มิลลิเมตร 
  • 80 คือความสูงของแก้มยาง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของหน้ายาง ในที่นี้คือ 295 x 80% เท่ากับ 236 มิลลิเมตร 
  • R บอกถึงชนิดของโครงสร้างยาง ซึ่งในที่นี้คือ ยางเรเดียล 
  • 22.5 คือ เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ หรือขอบล้อ 


นอกจากนี้ยังมีตัวเลขที่บอกสัปดาห์และปีที่ผลิต โดยจะเป็นตัวเลขชุด 4 หลัก 2 หลักแรกคือสัปดาห์ที่ผลิต และเลขคู่หลังคือปีที่ผลิต (ค.ศ.)
 

ยางเรเดียล VS ยางผ้าใบ ต่างกันอย่างไร



เลือกดอกยางที่เหมาะกับการใช้งาน 

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว เราควรจะเลือกยางรถยนต์จากดอกยางที่ออกแบบตามการใช้งาน หลัก ๆ มี 3 แบบคือ 

  1. ดอกยางแบบ 2 ทิศทาง (Non-directional) หรือดอกยางซ้าย-ขวามีลักษณะสวนทางกัน เหมาะสำหรับรถยนต์ใช้งานในเมือง ผู้ที่ขับขี่ไม่ผาดโผน และไม่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
  2. ดอกยางแบบทิศทางเดียว (Directional) เป็นดอกยางที่ยึดเกาะสูง รีดน้ำไว เหมาะกับขับขี่ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบ่อย หรือพื้นที่ที่มีฝนตกบ่อย ๆ  
  3. ดอกยางแบบไม่สมมาตร  (Asymmetric) ลายของดอกยางด้านซ้ายและด้านขวาจะมีความแตกต่างกัน ยึดเกาะถนนได้สูง เหมาะกับผู้ที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อยางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นยางเรเดียล สำหรับรถยนต์ รถบรรทุก หรือยางผ้าใบ สามารถเลือกซื้อได้ทางBIG Thailand หรือ 02-821-6868 






 

img

สินค้าทั้งหมด

img

ส่วนลด

img

ติดตามสถานะ

img