ไข-10-ความลับของแมว-ที่ควรรู้

ไข 10 ความลับของแมว ที่ทาสแมวทุกคนควรรู้

ไข 10 ความลับของแมว ที่ทาสแมวทุกคนควรรู้

ในกลุ่มคนเลี้ยงแมวหลายๆ ท่าน หรือแม้ในกลุ่มคนทั่วไปที่รักแมวก็ตาม อาจจะเคยเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของแมวหลายๆ ครั้ง และอาจจะสงสัยว่า ที่แมวทำแบบนี้ แมวต้องการจะสื่อสารอะไรหรือเปล่า หรือที่แมวทำแบบนี้ เพราะอะไร บางการทำงานของร่างกายน้องแมวนั้น เราก็อาจจะไม่รู้มาก่อน นอกจากนั้น บางพฤติกรรมที่แมวสื่อสารออกมา ก็อาจจะบ่งบอกได้ถึงสภาวะสุขภาพของน้องแมวได้ด้วยนะ ดังนั้น วันนี้เราจะพาทุกไปไขความลับกันกับ 10 ความลับของแมว ที่ทาสทุกคนควรรู้

 

10 ความลับของแมว ที่ควรรู้

ว่าแต่ 10 ความลับของแมวนั้นจะมีอะไรบ้างที่เราควรรู้ ไปดูกันเลยครับ

 

ความลับของแมว 1 : แมวทักทายกันด้วยการดมจมูกนะ

ความลับของแมวอย่างแรก นั่นก็คือ เวลาที่แมวเจอกันนั้น จะสังเกตุว่าแมวมักจะมีการนำจมูกมาชนๆ กันก่อน แบบนั้นถือเป็นการทักทายแบบหนึ่งของน้องแมว แต่เฉพาะกับแมวตัวที่คุ้นเคยกันนะ โดยการดมๆ กันนั้นถือเป็นการสื่อสารประมาณว่า “เธอสบายดีไหม” 

 

ความลับของแมว 2 : แมวรับรู้รสหวานไม่ได้

ความลับของแมวอย่างที่สอง นั่นก็คือ แมวไม่สามารถจะรับรู้รสชาติหวานได้ เพราะต่อมรับรสหวานที่ลิ้นของแมวนั้นไม่มีเหมือนกับมนุษย์ ถึงแม้อาหารจะมีรสชาติหวานและน้องแมวมากิน น้องแมวก็ไม่ได้มากินเพราะชอบรสหวาน แต่ได้กลิ่นดึงดูดและเข้ามากินเพียงเท่านั้น

 

ความลับของแมว 3 : เสียง Purr ของแมวมีประโยชน์กว่าที่คิด

ความลับของแมวอย่างที่สาม นั่นก็คือ เสียง Purr ของแมวนั้นมีประโยชน์หลายอย่างมาก ทั้งกับแมวและมนุษย์ ประโยชน์สำหรับแมวนั้นใช้เป็นทั้งเสียงในการสื่อสารระหว่างแม่แมวและลูกแมว เป็นเสียงแสดงความพึงพอใจ บรรเทาภาวะหายใจลำบาก สำหรับมนุษย์นั้น เสียง Purr อยู่ในความถี่ระดับ 20-140 Hz ที่ทำให้ฟังแล้วคลายเครียด ลดความดัน บรรเทาอาการบาดเจ็บ เห็นได้ชัดว่ามีประโยชน์มากกว่าที่คิด

FYI : เสียง Purr คือเสียงครางของแมวที่คล้ายๆ กับเสียงกรน

 

ความลับของแมว 4 : หูแมวรับรู้ดีกว่ามนุษย์

ความลับของแมวอย่างที่สี่ นั่นก็คือ หูของน้องแมวนั้นสามารถรับรู้เสียงได้ถึงระดับอัลตราโซนิก ซึ่งมากกว่าความสามารถในการได้ยินเสียงของมนุษย์ ทำให้แมวมีประสาทสัมผัสที่ดีกว่ามนุษย์ เช่น สามารถจับตำแหน่งของหนูได้ เพราะหนูใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำในการสื่อสาร และแมวสามารถรับรู้ได้ จึงจับหนูได้นั่นเอง

 

ความลับของแมว 5 : หนวดแมวมีไว้เพื่อวัดความกว้าง

ความลับของแมวอย่างที่ห้า นั่นก็คือ หนวดแมวนั้นมีไว้เพื่อวัดความกว้างได้ด้วย โดยบริเวณส่วนปลายของหนวดแมวนั้นจะมีความสามารถในการวัดความกว้างของพื้นที่ ทำให้แมวสามารถคำนวณได้ว่าตัวเองสามารถมุดผ่านตรงนั้นได้ไหม นอกจากนั้น หนวดของแมวยังจับทิศทาง ลักษณะของเหยื่อ และวัดกระแสอากาศได้ ทำให้แม้ในที่มืด แมวก็ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมองเห็นได้ดีนั่นเอง

 

ความลับของแมว 6 : แมวมีเหงื่อด้วยนะ

ความลับของแมวอย่างที่หก นั่นก็คือ แมวนั้นมีเหงื่อด้วย แต่เหงื่อของแมวนั้นจะไม่ได้ออกมาที่ผิวหนังอย่างเช่นมนุษย์ เพราะไม่งั้นขนน้องคงเปียกทั้งวัน แต่เหงื่อของน้องแมวนั้นจะออกมาที่บริเวณอุ้งเท้า เพื่อระบายความร้อนในร่างกาย และอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือ หากอากาศร้อน แมวอาจจะเลียขนบ่อยๆ เพื่อระบายความร้อน หากแมวเลียขนบ่อยๆ ในวันอากาศร้อน อย่าลืมพาน้องย้ายไปที่อากาศเย็นๆ นะ

 

ความลับของแมว 7 : แมวไม่มีไหปลาร้าเหมือนมนุษย์

ความลับของแมวอย่างที่เจ็ด นั่นก็คือ แมวนั้นไม่มีไหปลาร้าเหมือนกับมนุษย์ ทำให้ร่างกายแมวนั้นสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่า และสามารถมุดพื้นที่แคบๆ ไปได้ โดยไม่ติดไหปลาร้า เพียงแค่หัวของน้องแมวผ่านไปได้ ตัวก็จะสามารถผ่านพื้นที่แคบๆ ไปได้เช่นเดียวกัน 

 

ความลับของแมว 8 : ห้ามให้แมวกินช็อคโกแลตเป็นอันขาด

ความลับของแมวอย่างที่แปด นั่นก็คือ ห้ามให้แมวกินช็อคโกแลตเป็นอันขาด เพราะในช็อคโกแลตนั้นมีสารที่เป็นอันตรายต่อระบบการทำงานของหัวใจแมว หากให้น้องแมวรับประทานเข้าไป น้องแมวก็อาจจะเสียชีวิตได้

 

ความลับของแมว 9 : แมวจัดร่างกายของตัวเองตอนที่ร่วงจากที่สูง

ความลับของแมวอย่างที่เก้า นั่นก็คือ แมวสามารถจัดร่างกายของตัวเองในระหว่างที่ตกจากที่สูงได้ เมื่อแมวกำลังตกจากที่สูง สมองจะสั่งการให้ร่างกายขยับที่ละส่วนเริ่มจากส่วนหัว ขาหน้า ลำตัว และขาหลัง และเริ่มแผ่ตัวออกเพื่อต้านอากาศ และเมื่อจะแลนดิ้ง น้องจะเหยียดขาตรงและโก่งตัวขึ้นกระจายแรงกระแทกไปให้ทั่วร่างกาย เพื่อลดอาการบาดเจ็บของร่างกาย ทำให้น้องไม่บาดเจ็บนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม หากน้องจัดร่างกายตัวเองไม่ทัน ก็อาจจะบาดเจ็บได้ 

 

ความลับของแมว 10 :  หางแมวสามารถบอกความรู้สึกของน้องได้

ความลับของแมวอย่างสุดท้าย(ในบทความนี้) นั่นก็คือ หางของน้องแมวสามารถบ่งบอกความรู้สึกของน้องแมว ณ ตอนนั้นได้ เช่น หางและปลายหางชี้ตั้งตรง หมายถึงน้องกำลังดีใจและอารมณ์ดี, หางส่ายไปส่ายมา ปลายหางกระตุก หมายความว่า กำลังโมโหมาก, หางตั้งชี้และพอง หมายถึงน้องกำลังสนุกกับการได้วิ่งไล่แมวตัวอื่นอยู่, หางนิ่ง กระตุกบ้างเป็นเวลา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.petcitiz.info/%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7/#:~:text=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87,%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%20%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B5 

img

สินค้าทั้งหมด

img

ส่วนลด

img

ติดตามสถานะ

img