coverImg- 5 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องเบนซินที่ทุกคนควรรู้

น้ำมันเครื่องเบนซินสังเคราะห์เหมือนกับแบบธรรมชาติหรือเปล่า? จริงหรือไม่ที่รถเก่าจะต้องใช้น้ำมันเครื่องหนืด ๆ เรารวมทุกเรื่องที่คุณอาจเข้าใจผิดมาฝากกัน

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่ทุกคนควรรู้

 สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของคนมีรถ คือการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ อย่างการเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ หรือที่เราเรียกกันว่าน้ำมันเครื่อง แต่การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เราควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์แต่ละแบบ แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันเครื่องที่เรารู้นั้นถูกหรือผิดกันแน่ ลองมาดูกันเลย
 

1. รถยนต์เก่าควรใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดสูงไว้ก่อน
 

 หลายคนอาจจะเคยได้ยินกับประโยคที่ว่า ควรจะใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูง ๆ กับรถยนต์เก่า ซึ่งหลายคนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจริงเสมอไป 

ความจริงก็คือ การที่รถยนต์เก่ามักจะใช้ค่าน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูง ๆ นั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความเก่าหรือใหม่ของเครื่องยนต์ในขณะนั้น แต่เป็นการระบุค่าสเป็กน้ำมันเครื่องที่ใช้งานเป็นตัวเลขค่อนข้างสูง พูดง่าย ๆ ก็คือ รถที่อายุ 20-30 ปีขึ้นไป เครื่องยนต์จะระบุเลขความหนืดไว้สูงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตั้งแต่เพิ่งเริ่มใช้งานเลย 

อย่างไรก็ตาม การใช้ประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่มีค่าความหนืดสูง ๆ นั้นสามารถทำได้ แต่หากว่าเราดูแลรักษารถอย่างดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นเสมอไป สามารถใช้ตามที่ผู้ผลิตระบุเอาไว้ตามปกติได้เลย

 

2. น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูงช่วยแก้ไขปัญหาการกินน้ำมันเครื่อง 
 

สำหรับคนที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องอาจจะเคยได้ยินกับคำพูดนี้กันมาบ้าง ไม่ว่าจะใช้ประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์แบบไหน ก็ต้องใช้ที่หนืดไว้ก่อน เพราะเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ก็จะถูกเผาไหม้ไปจนหมด 

ความจริงแล้วปัญหานี้เป็นเฉพาะน้ำมันเครื่องรุ่นเก่า ๆ ที่เป็นแบบธรรมชาติเท่านั้น ที่เมื่อใช้งานนาน ๆ จะถูกเผาไหม้ไปด้วย แต่น้ำมันเครื่องเบนซินแบบสังเคราะห์กับกึ่งสังเคราะห์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องนี้น้อยมาก ๆ อาจจะมีเรื่องของการเผาไหม้จนลดลงไปบ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยมาก จนแทบจะไม่กระทบต่อการใช้งานเลย เราจึงสามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องตามสเป็กที่ผู้ผลิตระบุเอาไว้ได้เช่นเดียวกัน

 

3. น้ำมันเครื่องเปลี่ยนตามระยะทางที่ระบุเอาไว้ 
 

ปัญหานี้คนที่ใช้รถน้อย หรือไม่ค่อยได้ขับไปไหน เน้นจอดทิ้งเอาไว้ที่บ้านอาจจะเจอกันบ้าง เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเป็นปี แต่ยังขับไม่ถึงระยะทางที่ระบุเอาไว้ ก็เลยไม่เอารถไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

ในความเป็นจริงแล้ว  เราควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก ๆ 6 เดือน แม้ว่าเราจะขับไม่ถึงระยะทางที่ระบุเอาไว้ เพราะหากว่าเลยระยะเวลา 6 เดือนไปแล้ว น้ำมันเครื่องอาจจะเสื่อมสภาพและดูแลรักษาเครื่องยนต์ได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น จำเอาไว้ว่า ระยะทางที่รถรุ่นนั้น ๆ ระบุไว้ หรือทุก 6 เดือน (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ต้องไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั่นเอง

 

4. ประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์แบบไหนก็เหมือนกัน
 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าน้ำมันเครื่องรถยนต์มีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมือนกันหรือไม่ เราสามารถเลือกใช้แบบไหนก็ได้เหมือนกันเลยหรือเปล่า 
ความจริงคือ ประเภทของน้ำมันเครื่องรถยนต์แต่ละแบบจะมีประสิทธิภาพในการปกป้องเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน ดีที่สุดคือ น้ำมันเครื่องเบนซินแบบสังเคราะห์ รองลงมาคือ กึ่งสังเคราะห์ และแบบธรรมดา ซึ่งน้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะเป็นการสังเคราะห์ทางเคมี 100% และมีคุณสมบัติการปกป้องเครื่องยนต์ที่เราต้องการ

 

5. เติมน้ำมันเครื่องยิ่งมากยิ่งดี 
 

เราถูกบอกว่าให้ดูแลระดับน้ำมันเครื่องไม่ให้ต่ำกว่าขีดที่กำหนด เพื่อให้น้ำมันเครื่องคอยปกป้องเครื่องยนต์ของเรา หลายคนจึงคิดว่าเติมไปคราวละมาก ๆ เลยน่าจะช่วยปกป้องได้ดี 

ความจริงแล้วอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี เราจึงควรเติมน้ำเครื่องแต่พอดี ตามที่กำหนดเอาไว้จะดีกว่า เพราะการเติมน้ำมันเครื่องมากไป อาจจะทำให้น้ำมันรั่วตามซีลต่าง ๆ ทำให้ห้องเพลาข้อเหวี่ยง มีแรงดันที่มากผิดปกติ และทำให้เครื่องยนต์ร้อนได้

อ่านจบ 5 ข้อแล้ว มีข้อไหนที่เรายังเข้าใจผิดอยู่บ้าง และหากว่าใครต้องการซื้อน้ำมันเครื่องเบนซิน ไม่ว่าจะแบบสังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์ และแบบธรรมดา สามารถสั่งซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ BIG Thailand สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-821-6868

img

สินค้าทั้งหมด

img

ส่วนลด

img

ติดตามสถานะ

img