เช็กสัญญาณที่บอกว่ายางเรเดียลรถบรรทุกเสื่อมสภาพ

5 จุดเช็กความเสื่อมยางเรเดียลรถบรรทุกที่คนขับทุกคนต้องรู้

สัญญาณอันตราย ยางเรเดียลรถบรรทุกเสื่อมต้องเปลี่ยนด่วน! 


สำหรับรถบรรทุก ยางรถยนต์เป็นส่วนประกอบของรถที่มีความสำคัญ เพราะเป็นจุดรับน้ำหนักของรถ หากว่ายางเสื่อมสภาพและละเลยการตรวจเช็กเป็นประจำอาจทำให้ยางระเบิด จนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงตามมา เราจึงมีวิธีง่าย ๆ ในการเช็กความเสื่อมของยางเรเดียลรถบรรทุกมาฝากกัน

 ดอกยาง

ไม่ว่าจะเป็นยางเรเดียลรถบรรทุก ยางรถยนต์ หรือว่ายางรถจักรยานยนต์ สัญญาณแรกที่สังเกตได้ง่ายสุดถึงความเสื่อมของยางรถยนต์ทุกประเภทก็คือ “ดอกยาง” ซึ่งรถที่ใช้งานเป็นประจำ เมื่อเวลาผ่านไป ดอกยางจะค่อย ๆ ตื้นขึ้น หรือลึกน้อยลงนั่นเอง 
ดอกยางมีความสำคัญอย่างยิ่งในการยึดเกาะถนน และช่วยรีดน้ำยามขับขี่ ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ลื่น หรือไถล หากว่าดอกยางตื้นหรือเสื่อมสภาพลง ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและรีดน้ำก็ลดน้อยลงไปด้วย จึงควรเปลี่ยนยางเพื่อความปลอดภัย

 สาเหตุที่ทำให้ดอกยางเสื่อมก่อนปกติ

  • การบรรทุกสินค้าที่หนักเกินกว่าปกติ
  • ความเร็วในการขับขี่ การขับรถด้วยความเร็วสูงก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดอกยางเสื่อมไว 
  • การเติมลมยางไม่เหมาะสมกับการบรรทุก เช่น บรรทุกของหนักแต่เติมลมยางน้อย 
  • ตั้งศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง ทำให้ยางสึกหรือเสื่อมไม่สม่ำเสมอกัน 

 เนื้อยาง

นอกจากจะเช็กดอกยางแล้ว เราสามารถตรวจสภาพยางเรเดียลรถบรรทุกได้จากเนื้อยางว่ามีรอยแตกลายงา มีรอยปริ หรือแข็งกระด้างหรือไม่ 
ปกติแล้วยางรถยนต์ใหม่ ๆ จะไม่มีรอยปริ หรือแตกลายงา และจะมีความนุ่ม เมื่อขับขี่จะไม่มีเสียงดังให้รำคาญใจ ดังนั้น หากขับแล้วเริ่มรู้สึกว่าไม่นิ่มเหมือนเก่า หรือมีระยะเบรกมากกว่าเดิม ลองสำรวจยางรถดูว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เพื่อที่จะเปลี่ยนได้ทันท่วงที 

 อายุการใช้งาน

เราอาจจะเคยได้ยินว่า เราควรจะเปลี่ยนยางทุก ๆ 3-5 ปี หรือประมาณ 50,000 กิโลเมตร แต่ในความเป็นจริงนั้น เราควรจะดูสภาพยางและดอกยางเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางเรเดียลรถบรรทุกที่ต้องบรรทุกน้ำหนักและต้องเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ตลอดเวลา รวมถึงสไตล์การขับขี่ที่อาจจะทำให้ยางเสื่อมเร็วก่อนกำหนด
ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรตรวจสภาพของยางอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือถี่กว่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน

 ยางบวม

ยางบวม หากเราปล่อยเอาไว้ไม่ยอมเปลี่ยน อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยางแตก หรือยางระเบิดได้ โดยอาการของยางบวมสังเกตได้ง่าย ๆ จากการที่ขอบยางมีการบวมหรือนูนขึ้นมาจากปกติ ไม่เรียบเหมือนเคย 
สาเหตุของยางบวมมักเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการตกหลุม ตกบ่อ การขึ้นและลงลูกระนาดด้วยความเร็วและแรง ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างของยางฉีกขาด ทำให้เกิดแรงดันจนทำให้ยางแตกหรือระเบิดได้ 
ดังนั้น หากตรวจพบยางรถยนต์บวมหรือนูน แนะนำให้เปลี่ยนทันที เพื่อความปลอดภัยของเราและผู้ร่วมท้องถนน

 แรงสั่นสะเทือนบริเวณพวงมาลัย

ในยามที่ล้อเสื่อมสภาพ หรือว่ายางมีปัญหา สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ก็คือ เวลาขับรถจะมีแรงสั่นสะเทือนบริเวณพวงมาลัย อาจจะเป็นเพราะยางรถยนต์เกิดการสึกที่ไม่เท่ากัน ซึ่งตามปกติแล้ว ยางเรเดียลรถบรรทุกควรจะสลับยางและถ่วงล้อทุก ๆ 5,000-10,000 กม. นอกจากนี้ การที่ยางบวมหรือนูนขึ้น ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่พวงมาลัยด้วยเช่นเดียวกัน 

หากใครตรวจสอบยางเรเดียลรถบรรทุกแล้วพบว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน สามารถสั่งซื้อยางเดียลรถบรรทุกที่ต้องการผ่านเว็บไซต์ BIG Thailand สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-821-6868 

img

สินค้าทั้งหมด

img

ส่วนลด

img

ติดตามสถานะ

img