coverImg-BIG แนะนำ วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

วันนี้ BIG จะมาแนะนำวิธีเลือกน้ำมันเครื่อง เลือกซื้ออย่างไร ให้เหมาะกับการใช้งาน

BIG แนะนำ วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

ในการเลือกน้ำมันเครื่องที่มาใช้กับรถยนต์ของเรานั้น แน่นอนว่าย่อมมีวิธีการเลือกที่ค่อนข้างละเอียดมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะเลือกน้ำมันเครื่องตามประเภทของเครื่องยนต์เราแล้ว ยังต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่างๆ และประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราด้วย สิ่งนี้อาจจะเป็นภาพกว้างๆ หลายคนก็อาจจะนึกไม่ออกว่าแล้วต้องดูอะไรบ้างล่ะ ดังนั้น วันนี้ BIG จะมาแนะนำวิธีเลือกน้ำมันเครื่อง เลือกซื้ออย่างไร ให้เหมาะกับการใช้งาน

 

วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

สำหรับวิธีเลือกน้ำมันเครื่องนั้น เราจะต้องมีข้อคำนึงในการเลือกอยู่หลักๆ ประมาณ 5 ข้อ ซึ่งข้อควรคำนึงคือเราต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งของเครื่องยนต์รถของเรา สภาพการใช้งานของเรา ประเทศและสถานที่ที่เราใช้งานอยู่ จำนวนจังหวะของเครื่องยนต์ และข้อควรคำนึงอื่นๆ ที่เราควรคำนึง เช่น ระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง มาตรฐานของน้ำมันเครื่อง และความหนืดของน้ำมันเครื่อง รวมถึงในด้านราคาและคุณภาพ คู่เปรียบเทียบ ที่ก็ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน แต่ 5 ข้อที่ควรคำนึงถึงนั้น จะมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

 

วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง 1 : เลือกตามประเภทเครื่องยนต์ของรถที่ใช้งาน

สำหรับวิธีเลือกน้ำมันเครื่องอย่างแรกนั้น คือ การเลือกตามประเภทเครื่องยนต์ของรถที่ใช้งาน แน่นอนว่าเครื่องยนต์หลักๆ ในปัจจุบันนั้นก็มีอยู่ 2 ประเภทคือเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน และน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์แต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ข้อนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องคำนึงถึงมากที่สุด จึงกลายมาเป็นขั้นตอนแรกที่เราต้องเลือกน้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ของรถที่คุณใช้งาน

 

วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง 2 : เลือกชนิดของน้ำมันเครื่อง

สำหรับวิธีเลือกน้ำมันเครื่องขั้นตอนถัดมา คือ การเลือกชนิดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งในส่วนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับระยะในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วย แต่ละประเภทก็จะมีระยะทางในการเปลี่ยนถ่ายที่แตกต่างกัน โดยน้ำมันเครื่องทั้ง 3 ประเภทนั้น มีระยะการเปลี่ยนถ่าย ดังนี้

  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Fully Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ และเกรดดีที่สุด จะมีระยะในการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 12,000 กิโลเมตรต่อการใช้งาน และมีระยะสูงสุดที่ต้องเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 20,000 กิโลเมตร
  • น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ และเกรดอยู่ในระดับมาตรฐาน จะมีระยะในการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ประมาณ 5,000 - 7,000 กิโลเมตรต่อการใช้งาน และมีระยะสูงสุดที่ต้องเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 10,000 กิโลเมตร
  • น้ำมันเครื่องธรรมดา (Synthetic) เป็นน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา ที่จะมีระยะในการเปลี่ยนถ่ายน้อยที่สุดอยู่ที่ 5,000 กิโลเมตรต่อการใช้งาน และมีระยะสูงสุดที่ต้องเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 7,000 กิโลเมตร

น้ำมันเครื่องแต่ละประเภท ก็จะมีราคาที่แตกต่างกัน เราอาจจะลองคำนวณระยะการเปลี่ยนถ่าย ควบคู่กับราคาขาย เพื่อให้ได้น้ำมันเครื่องที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุดสำหรับเราด้วย

 

วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง 3 : เลือกความหนืดของน้ำมันเครื่อง

สำหรับวิธีเลือกน้ำมันเครื่องขั้นตอนที่ 3 คือ การเลือกความหนืดของน้ำมันเครื่องตามมาตรฐาน SAE ที่จะมีผลต่อประสิทธิภาพกับการใช้งานของเครื่องยนต์ในสภาพอุณหภูมิต่างๆ และความสามารถในการปกป้องเครื่องยนต์ด้วย ค่าความหนืดยิ่งมาก ยิ่งปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีมาก และค่าการทนทานอุณหภูมิควรเหมาะสมกับอุณหภูมิในประเทศที่ใช้งานอยู่ โดยค่ามาตรฐาน SAE มักจะแสดงเป็นตัวเลขและอักษร เช่น 20W-40 โดยสามารถตีค่าออกมาได้ดังนี้

  • 20W เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงค่าการทนทานความเย็นของน้ำมันเครื่อง โดยจะบ่งบอกถึงว่า น้ำมันเครื่องจะสามารถคงความใสโดยไม่เป็นไขได้ที่อุณหภูมิต่ำสุดเท่าใด และตัวอักษร W นั้นหมายถึง Winter โดยในตัวอย่าง 20W หมายถึง น้ำมันเครื่องสามารถคงทนความเย็นได้ต่ำสุด 0 องศาเซลเซียส โดยไม่เป็นไข นอกจากนั้น ยังมีค่าตั้งแต่ 0 5 10 15 ที่สามารถทานทานความเย็นได้ต่ำสุดถึง -30 องศาเลยทีเดียว
  • 40 เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงค่าความหนืดหรือความข้น-ใสของน้ำมันเครื่อง วัดจากมาตรฐานของอุณหภูมิที่ 100 องศาเซลเซียส โดยมักจะเรียกตัวเลขอันนี้เป็น “เบอร์น้ำมันเครื่อง” ซึ่งมีค่าต่างๆ ตั้งแต่ 5 จนมากขึ้นไปเป็นเลขหลัก 10 เช่น 10 20 30 40 50 60 โดยค่ายิ่งสูง หมายถึงความหนืดยิ่งน้อยเมื่ออุณหภูมิสูง

 

วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง 4 : เลือกน้ำมันเครื่องจากมาตรฐาน

สำหรับวิธีเลือกน้ำมันเครื่องข้อที่ 4 นั่นก็คือ การเลือกน้ำมันเครื่องจากมาตรฐาน โดยที่ถังของน้ำมันเครื่องที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น จะมีค่ามาตรฐานที่เราพบบ่อยก็คือ API สำหรับค่ามาตรฐานของ API นั้นก็จะมีจุดที่ต้องสังเกตุ คือตัวหนังสือที่ต่อท้ายค่ามาตรฐาน เราจะพบว่ามีอยู่ 2 แบบ เช่น API SJ API CK-4 โดยทั้งสองส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้นั้น มีรายละเอียด ดังนี้

  • SJ เป็นค่ามาตรฐาน API สำหรับน้ำมันเครื่องยนต์เบนซิน โดยจะขึ้นต้นด้วย S และต่อท้ายด้วย A-N ซึ่ง ณ ปัจจุบัน N คือมาตรฐานระดับสูงสุด และลดหลั่นค่ามาตรฐานไปเป็น M L K J ตามลำดับ
  • CK-4 เป็นค่ามาตรฐาน API สำหรับน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซล โดยจะขึ้นต้นด้วย C ต่อด้วยตัวอักษร และท้ายสุดที่ตัวเลข โดย K นั้นคือเกรดสูงสุด ณ ปัจจุบัน ลดหลั่นค่ามาตรฐานลงไปเป็น J I H ตามลำดับ ส่วนตัวเลข 4 หมายถึง สำหรับใช้งานกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะนั่นเอง

 

วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง 5 : เลือกความคุ้มค่าและคุณภาพ

สำหรับวิธีเลือกน้ำมันเครื่องขั้นตอนที่ 5 นั้น เป็นการเลือกตามความคุ้มค่าและคุณภาพของน้ำมันเครื่อง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เราควรนำน้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และเกรดที่ใกล้เคียงกันหรือเกรดเดียวกัน ในหลายๆ ยี่ห้อ มาเปรียบเทียบทั้งในด้านราคา ชื่อเสียงแบรนด์ ผลลัพธ์การใช้งานจากผู้ใช้จริง เพื่อนำมาตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายว่า เราจะเลือกน้ำมันเครื่องรุ่นไหน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรามากที่สุด

 

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องมาตรฐานไหน เกรดใด สำหรับรถประเภทอะไรก็ตาม ที่ BIG Thailand เรามีน้ำมันเครื่องรถให้คุณเลือกช้อปมากมาย แถมราคายังดี ประหยัดคุ้มค่าสุด และถ้าสั่งซื้อจำนวนมาก ก็ยังมีส่วนพิเศษสำหรับคุณอีกด้วย ส่วนลดดีขนาดนี้ ไม่สั่งซื้อไม่ได้แล้ว ช้อปเลยที่ BIG Thailand

img

สินค้าทั้งหมด

img

ส่วนลด

img

ติดตามสถานะ

img